วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

ความผิดต่อเจ้าพนักงาน

ขณะนี้สังคมให้ความสนใจเรื่องมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากประชาชนตื่นตัวกับเรื่องสิทธิและเสรีภาพกันมากขึ้น แนวโน้มที่ประชาชนจะเรียกร้องเอาผิดกับเจ้าพนักงานเมื่อพบเห็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดต่อหน้าที่จึงมีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยหลักแล้วมาตรานี้เป็นเรื่องการเอาผิดเจ้าพนักงานที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดังนั้นเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไปและเพื่อประโยชน์สูงสุดของการบังคับใช้กฎหมาย จึงควรศึกษาว่าหลักกฎหมายของมาตราดังกล่าวมีว่าอย่างไร

เหตุใดจึงต้องมีการบัญญัติเรื่องการลงโทษเจ้าพนักงานไว้โดยเฉพาะ
เนื่องจากบุคคลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานนั้นถูกกำหนดให้มีบทบาทในสังคมที่เหนือกว่าบุคคลธรรมดาบางประการ ซึ่งมีผลมาจากอำนาจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติและต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย จึงต้องมีการบัญญัติกฎหมายขึ้นมาเพื่อคุ้มครองและควบคุมบุคคลผู้เป็นเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ในการคุ้มครองเจ้าพนักงานจะต้องมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานปฏิบัติการในหน้าที่ หากมีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติตามหน้าที่ ผู้กระทำต้องรับโทษในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือ การทำร้ายเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติตามหน้าที่มีผลให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้น เป็นต้น ในขณะที่การควบคุมเจ้าพนักงาน กฎหมายก็ได้บัญญัติขึ้นมาเพื่อจำกัดขอบเขตการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานไม่ให้กระทำการเกินกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งการควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานนี้ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา หมวด 2เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
จะเห็นได้ว่า เจ้าพนักงานนั้นเป็นบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ทั้งอำนาจ หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติการ ซึ่งอาจได้รับทั้งคุณและโทษจากบทบัญญัติของกฎหมายจึงต้องกระทำการด้วยความระมัดระวัง และหากกระทำการนอกขอบเขตที่กฎหมายให้ไว้ ก็มีมาตรการลงโทษเจ้าพนักงานไว้เป็นการเฉพาะซึ่งมีบทลงโทษที่หนักยิ่งกว่าบุคคลธรรมดาทั่วไป
ใครคือเจ้าพนักงาน...?
เจ้าพนักงาน หมายความถึง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2490 ได้อธิบายถึงความหมายของเจ้าพนักงาน ว่าหมายถึง “ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งโดยทางการของรัฐไทย ให้ปฏิบัติราชการของรัฐไทย” จากคำพิพากษานี้จึงสามารถวางองค์ประกอบของการเป็นเจ้าพนักงานได้ 2 ประการ คือ

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

หวังรวย

นายอยากรวย ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ 5 ได้อาศัยความเป็นเพื่อนร่วมงานซึ่งมีความสนิทสนมกัน ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทั่วไปที่ตนทำงานอยู่จำนวน 4 คน และนางซื่อ ซึ่งเป็นน้องสาวของนายอยากรวย และนายทอง ซึ่งเป็นคนรู้จักกัน รวม 6 คน ให้ช่วยกู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อซื้อที่ดินโดยอ้างเหตุผลในการขอความช่วยเหลือต่างกันเช่น ชื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านของตน ขอให้ช่วยชื้อที่ดินโดยจะหาคนมาเปลี่ยนให้ในภายหลัง โดยนายอยากรวย บอกว่าจะเป็นผู้ดำเนินการส่งเงินให้กับทางธนาคารเองและตกลงจะโอนที่ดินที่ชื้อขายดังกล่าวให้กับนายอยากรวย หลังจากชำระเงินกับธนาคารครบถ้วนแล้ว บุคคลดังกล่าวทั้ง 6 ราย หลงเชื่อและได้มอบหลักฐานต่างๆของตนให้กับนายอยากรวย ไปดำเนินการ และต่อมาบุคคลทั้ง 6 ราย ได้ไปทำสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยนายอยากรวย ได้มอบเงินเป็นสินน้ำใจให้คนละ 10,000 บาท ยกเว้นรายนางซื่อ และนายทอง นั้น ไม่ได้มอบเงินให้แต่อย่างใด ต่อมาบุคคลทั้ง 6 ราย ก็ได้รับการทวงหนี้จากทางธนาคารอาคารสงเคราะห์และได้แจ้งให้นายอยากรวย ทราบ นายอยากรวย รับว่าตนจะดำเนินการจ่ายเงินเองแต่ก็ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด ต่อมาบุคคลทั้ง 6 ราย ได้ถูกฟ้องคดีและที่ดินถูกบังคับจำนอง และธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้เรียกให้ชำระหนี้ในส่วนที่ยังเหลืออยู่โดยแต่ละรายมีหนี้ค้างชำระตั้งแต่สามแสนบาทเศษถึงเจ็ดแสนบาทเศษ
พฤติกรรมของนายอยากรวย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสียโดยกระทำการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 โรงพยาบาลทั่วไปได้มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนนายอยากรวย จำนวน 5% เป็นเวลา 1 เดือน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น