การรับบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายในกรณีที่ผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นเด็กค่อนข้างยุ่งยาก กว่าการรับคนที่บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นบุตรบุญธรรม การรับบุตรบุญธรรมโดยทั่วไปคนรับบุตรบุญธรรม จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 25 ปี ส่วนคนที่จะเป็นบุตรบุญธรรมจะมีอายุเท่าใดก็ได้ แต่จะต้องมีอายุอ่อนกว่า ผู้รับบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
ในกรณีที่ผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมยังเป็นเด็กอยู่ การรับบุตรบุญธรรมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอม ของพ่อและแม่ของเด็กเสียก่อน ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งของเด็กตายหรือถูกถอนอำนาจปกครอง การรับบุตรบุญธรรม จะต้องได้รับจากพ่อหรือแม่ซึ่งยังมีอำนาจปกครอง
ถ้าไม่มีพ่อแม่ หรือมีแต่พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้ หรือไม่ให้ความยินยอม และการไม่ให้ความยินยอมนั้น ปราศจากเหตุผลอันสมควร และเป็นปฏิปักษ์ต่อ สุขภาพความเจริญหรือสวัสดิภาพของเด็ก ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือพ่อหรือแม่ของเด็กหรือพนักงานอัยการ จะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของพ่อและหรือแม่ของเด็กก็ได้
เมื่อพ่อและแม่ของเด็กให้ความยินยอมหรือศาลมีคำสั่งอนุญาตแทนความยินยอมของพ่อและหรือแม่ ดังกล่าวแล้ว ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมจะต้องนำความยินยอมหรือคำอนุญาตของศาลไปยืนคำขอรับเด็ก เป็นบุตรบุญธรรมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามวิธีการที่บัญญัติไว้ ใน พ.ร.บ. รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต่อไป
นอกจากจะต้องมีความยินยอมของพ่อและหรือแม่ของเด็ก การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรณีที่ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสแล้ว ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมจะต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรสด้วย มิฉะนั้นการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมย่อมไม่สมบูรณ์
ในกรณีที่คู่สมรสของผู้ขอรับบุตรบุญธรรมไม่อาจให้ความยินยอมได้ เช่น เป็นคนวิกลจริต หรือไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมจะต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้นก่อน จึงจะมีการรับบุตรบุญธรรมได้
เนื่องจาการขอรับบุตรบุญธรรมของสามีภริยามีปัญหาที่ฝ่ายสามีประสงค์จะมีลูกที่เกิดจากสายเลือด ของตนเอง สามีอาจจะไม่ให้ความยินยอมให้ภริยารับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้
วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น